งาน
วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556
วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556
แบบฝึกหัด
1.ความหมายของนวัตกรรม
=“นวัตกรรม” (แต่เดิมใช้คำว่า “นวกรรม”) มาจาก นวตต (บาลี แปลว่า ใหม่) + กรรม(สันสกฤตแปลว่าการทำ) รวมกันแปลว่า “การทำสิ่งใหม่ หรือ งานที่เป็นสิ่งใหม่” เมื่อแปลรูปเป็นภาษาไทยจะกลายเป็น “นวัตต” แต่เนื่องจากมี “ต” ซ้อนกันและตัวหลังไม่สระกำกับ จึงตัดออกเหลือ “นวัต” และนำคำว่า “กรรม” มาสมาสกันเป็น “นวัตกรรม” อ่าน “นะ-วัด-ตะ-กัม” หมายถึง“การนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมวิธีการที่ทำอยู่เดิม เพื่อให้ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น” ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Innovation เป็นคำนาม มาจากคำกริยาว่า Innovate มีรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่าInovare (in + novare = to renew, to modify ) และ novare {(มาจากคำว่า novus ( = new)} (บุญเกื้อควรหาเวช : 2542)
ดร. กิดานันท์ มลิทอง (2536) ว่า “นวกรรม” (Innovation) หมายถึงสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ปฏิบัติ การใหม่ ๆ หรือสิ่งใดก็ตามที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าของเดิมที่มีอยู่ เมื่อนำมาใช้ในการทำงาน แล้วสามารถช่วยให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้ประสิทธิผลสูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังประหยัดเวลาและแรงงานด้วยทอมัส ฮิวซ์ (Thomas Hughes : อ้างถึงในบุญเกื้อ ควรหาเวช, 2542) ว่า“นวัตกรรม” เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลอง หรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว โดยเริ่มมาตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริงซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา
2.ความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
=การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอนโดยเน้นที่วัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องแน่นอน มีการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนมากกว่ายึด
5.คำที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
=“นวัตกรรม” (แต่เดิมใช้คำว่า “นวกรรม”) มาจาก นวตต (บาลี แปลว่า ใหม่) + กรรม(สันสกฤตแปลว่าการทำ) รวมกันแปลว่า “การทำสิ่งใหม่ หรือ งานที่เป็นสิ่งใหม่” เมื่อแปลรูปเป็นภาษาไทยจะกลายเป็น “นวัตต” แต่เนื่องจากมี “ต” ซ้อนกันและตัวหลังไม่สระกำกับ จึงตัดออกเหลือ “นวัต” และนำคำว่า “กรรม” มาสมาสกันเป็น “นวัตกรรม” อ่าน “นะ-วัด-ตะ-กัม” หมายถึง“การนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมวิธีการที่ทำอยู่เดิม เพื่อให้ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น” ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Innovation เป็นคำนาม มาจากคำกริยาว่า Innovate มีรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษว่าInovare (in + novare = to renew, to modify ) และ novare {(มาจากคำว่า novus ( = new)} (บุญเกื้อควรหาเวช : 2542)
ดร. กิดานันท์ มลิทอง (2536) ว่า “นวกรรม” (Innovation) หมายถึงสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ปฏิบัติ การใหม่ ๆ หรือสิ่งใดก็ตามที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าของเดิมที่มีอยู่ เมื่อนำมาใช้ในการทำงาน แล้วสามารถช่วยให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้ประสิทธิผลสูงขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังประหยัดเวลาและแรงงานด้วยทอมัส ฮิวซ์ (Thomas Hughes : อ้างถึงในบุญเกื้อ ควรหาเวช, 2542) ว่า“นวัตกรรม” เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลอง หรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว โดยเริ่มมาตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริงซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา
ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2522) ได้ให้ความหมาย “นวัตกรรม” ไว้ว่าหมายถึงวิธีการปฏิบัติใหม่ ๆที่แปลกไปจากเดิมโดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ ๆ ขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมและสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการทดลอง พัฒนา จนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฏิบัติทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น
=การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอนโดยเน้นที่วัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องแน่นอน มีการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนมากกว่ายึด
เนื้อหาวิชา มีการใช้การศึกษาเชิงปฏิบัติโดยผ่านการวิเคราะห์ และการใช้โสตทัศนูปกรณ์ รวมถึงเทคนิคการสอนโดยใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สื่อการสอนต่าง ๆ ในลักษณะของสื่อประสมและการศึกษาด้วยตนเอง
3.ความสำคัญของเทคโนโลยีที่มีต่อการศึกษา
=ในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันสูง คนที่มีความรู้ความสามารถเท่านั้น จึงจะสามารถดำ เนินชิวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่เราเรียกว่ายุคสมัยของการดำ รงชีวิตอยู่ได้ด้วยการแข่งขันความรู้ความสามารถ (Knowledge - based economy/society) อย่างไรก็ตามการมีความรู้ที่เหมือนกับคนส่วนใหญ่เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เราจำ เป็นที่จะต้องมีความรู้อย่างเชี่ยวชาญลึกซึ้ง (Knowledge workforce) กว่าคนอื่นๆในสังคม หากเรามีความรู้อย่างเชียวชาญและลึกซึ้งแล้วเราก็สามารถแข่งขันประกอบอาชีพมีรายได้ในการดำรงชีวตได้ดีกว่าเหนือกว่าคนอื่นๆ
1. ทำให้การเรียนการสอน การจัดการศึกษามีความหมายมากขึ้น กล่าวคือ จะช่วยให้ผู้เรียน เรียนรู้ได้กว้างขึ้น เรียนได้เร็วขึ้น ได้เห็น ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียน เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์และยังทำให้ครูมีเวลาสำหรับนักเรียนมากขึ้น
2. สามารถสนองเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ ผู้เรียนจะมีอิสระในการเสาะแสวงหาความรู้มีความรับผิดชอบทั้งแก่ตนเองและต่อสังคมมากขึ้น เปรียบเสมือนการเปิดทางให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถของเขา สนองความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี
4.บทบาทของนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
=1. ด้านผู้สอน โดยธรรมชาติของมนุษย์ ความสามารถของบุคคลต่าง ๆ ย่อมกระจายออกตามโค้งปกติ (Normal Curve) เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายทอดความรู้แก่ครูในระดับความสามารถที่ต่างกันให้มีระดับความสามารถในการสอนที่เป็นมาตรฐานใกล้เคียงกันได้ โดยสรุปเทคโนโลยีการศึกษาจะช่วยให้ผู้สอนในลักษณะดังต่อไปนี้
1.1 ช่วยลดเวลาในการสอนของครู เพราะในบางกิจกรรมการเรียนการสอน เทคโนโลยีจะช่วยสอนแทนครูได้
1.2 ช่วยให้ครูเกิดความเชื่อมั่นในการสอนของตน
1.3 ช่วยสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่ดีแก่ครูและนักเรียน
1.4 เทคโนโลยีด้านเทคนิควิธีการจะช่วยให้ครูและนักเรียนได้มีโอกาสทำกิจกรรมการเรียนของการเรียนการสอน
2. ด้านผู้เรียน ลักษณะการกระจายตามความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนก็จะเป็นไปตามโค้งปกติเช่นเดียวกับครู ดังนั้นผู้เรียนที่มีระดับความสามารถต่างกัน ก็ย่อมีความต้องการเทคโนโลยีการศึกษาในปริมาณที่ต่างกันเพื่อประสิทธิผลของการเรียนรู้ที่จะเท่าเทียมกัน ซึ่งเทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยผู้เรียนในลักษณะต่อไปนี้
2.1 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามลำดับความสามารถในลักษณะการเรียนเป็นรายบุคคล
2.2 ผู้เรียนจะเกิดความเข้าใจและซาบซึ้งต่อบทเรียนที่ซับซ้อนและเข้าใจยาก
2.3 ผู้เรียนจะมีความพอใจและสนุกสนานต่อการเรียนยิ่งขึ้น
2.4 ผู้เรียนจะมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมการเรียนการสอนมากยิ่งขึ้น
3. ด้านผู้บริหาร เทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยผู้บริหารการศึกษา ในลักษณะต่อไปนี้
3.1 เพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาแก่หน่วยงานในความรับผิดชอบของตน
3.2 เป็นการลดงบประมาณทางการศึกษาลง เช่น การลดจำนวนครู เป็นต้น
3.3 สามารถใช้เทคโนโลยีควบคุมมาตรฐานการเรียนการสอนของครูได้ เช่นการใช้ชุดการสอนสำหรับครู การใช้ศูนย์การเรียน ฯลฯ
3.4 สามารถบริหารหลักสูตรให้บรรลุเป้าประสงค์ได้ เช่น การใช้การสอนระบบทางไกลสำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถมาเรียนในโรงเรียนได้
3.5 สามารถใกล้ชิดกับชุมชนโดยใช้แหล่งทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนมาช่วยระบบการศึกษาได้
4. ด้านหลักสูตร เทคโนโลยีการศึกษา จะมีส่วนช่วยพัฒนาหลักสูตรให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาได้ในลักษณะต่อไปนี้
4.1 ช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปตามเป้าประสงค์ของหลักสูตร
4.2 ช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้หลักสูตร เช่นการใช้หลักสูตร พ.ศ. 2521ครูและนักเรียนต่างมีความสับสนต่อการใช้หลักสูตร แต่ถ้าฝ่ายเทคโนโลยีจะได้จัดสื่อการเรียนการสอน และกิจกรรมการเรียนการสอนแก่ครูให้พร้อมแล้ว ก็จะทำให้การเรียนการสอนดำเนินไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรได้
4.3 ช่วยให้กลักสูตรสามารถเปิดกว้างได้ เช่นการขยายโอกาสทางการเรียนแก่ผู้ที่ไม่มีโอกาส อาทิ การจัดระบบมหาวิทยาลัยเปิด (Open University) และการสอนผ่านสื่อสารมวลชน เป็นต้น
4.4 ช่วยให้กลักสูตรมีความยืดหยุ่น เช่นการไม่กำหนดชั้นเรียน และเวลาเรียนที่ตายตัว
=1. การจัดการ หมายถึง ชุดของหน้าที่ต่าง ๆ ที่กำหนดทิศทางในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทั้งหลายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient) หมายถึง การใช้ทรัพยากรอย่างเฉลียวฉลาด และคุ้มค่า ส่วนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล (Effective) หมายถึงการตัดสินใจอย่างถูกต้อง และมีการปฏิบัติการได้สำเร็จตามแผนที่กำหนดไว้ ดังนั้น ผลสำเร็จของการจัดการต้องมีทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผลควบคู่กันไป
การบริหาร หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปร่วมมือกันดำเนินการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายๆอย่างที่บุคคลร่วมกันกำหนดโดยใช้กระบวนอย่างมีระบบและให้ทรัพยากรตลอดจนเทคนิคต่างๆ อย่างเหมาะสม (สมศักดิ์ คงเที่ยง , 2542 : 1)
2. นวัตกรรม หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย
3. เทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Technology) ตามรูปศัพท์ เทคโน (วิธีการ) + โลยี(วิทยา) หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการทางการศึกษา ครอบคลุมระบบการนำวิธีการ มาปรับปรุงประสิทธิภาพของการศึกษาให้สูงขึ้นเทคโนโลยีทางการศึกษาครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ประการ คือ วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ (boonpan edt01.htm)
4. ข้อมูล หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ เช่น บุคคล สิ่งของสถานที่ ฯลฯ ข้อมูลเป็นเรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องข้อมูลต้องถูกต้องแม่นยำครบถ้วนขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินการที่ให้ความสำคัญของความรวดเร็วของการเก็บข้อมูล
5. สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ หรืออาจกล่าวได้ว่า สารสนเทศ เกิดจากการนำข้อมูล ผ่านระบบการประมวลผล คำนวณ วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น สารสนเทศที่เป็น ความรู้ที่เกิดจากวิทยุ โทรศัพท์มือถือ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รอบตัวเราซึ่งอาจมาจาก วิทยุ โทรทัศน์ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ดาวเทียม โทรศัพท์ เครื่องจักร ที่เกี่ยวกับสารสนเทศได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ เช่น การฝาก ถอนเงินผ่านเครื่อง ATM การจองตั๋วเครื่องบิน การลงทะเบียน ฯลฯ
6. ระบบสารสนเทศ (Information System ) หมายถึง ระบบที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการรวบรวม จัดเก็บ หรือจัดการกับข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมูลนั้นกลายเป็นสารสนเทศที่ดี สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ในเวลาอันรวดเร็วและถูกต้อง
7. ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา หมายถึง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับงานด้านการศึกษา อันได้แก่ การจัดเก็บข้อมูล และประมวลผลฐานข้อมูล การพัฒนาระบบสารสนเทศ ช่วยการเรียนการสอน การวางแผนและการบริหารการศึกษา การวางแผนหลักสูตร การแนะแนวและบริการ การทดสอบวัดผล การพัฒนาบุคลากร
8. การสื่อสาร (Communication) หมายถึง กระบวนการส่งข่าวสารข้อมูลจากผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ
9. เครือข่าย หมายถึง กลุ่มของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ถูกนำมาเชื่อมต่อกันดังนั้นเครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงประกอบด้วยสื่อการติดต่อสื่อสาร อุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่จำเป็นในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 ระบบเข้าด้วยกัน รวมทั้งอุปกรณ์อื่น ๆ
10. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายถึง เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับข่าวสาร ข้อมูลและการสื่อสารนับตั้งแต่การสร้าง การนำมาวิเคราะห์ หรือประมวลผลการรับและส่งข้อมูล การจัดเก็บและการนำไปใช้ใหม่ เทคโนโลยีเหล่านี้ มักจะหมายถึง คอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ (hardware) ส่วนคำสั่ง (software) และส่วนข้อมูล (data) และระบบการสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ระบบสื่อสารข้อมูล ดาวเทียม หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ทั้งมีสายและไร้สาย
11. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการศึกษา หมายถึง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับข่าวสาร ข้อมูลและการสื่อสารสารสนเทศกับงานด้านการศึกษา อันได้แก่ การจัดเก็บข้อมูล และประมวลผลฐานข้อมูล การพัฒนาระบบสารสนเทศช่วยการเรียนการสอน การวางแผนและการบริหารการศึกษา การวางแผนหลักสูตร การแนะแนวและบริการ การทดสอบวัดผล การพัฒนาบุคลากร ซึ่งเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการสื่อสารนั้น จะมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของใช้งาน เช่น บางครั้งอาจจะใช้เทคโนโลยีดาวเทียม เครื่อข่ายอินเตอร์เน็ต ระบบ e-Learning หรือเทคโนโลยีอื่นๆ ที่มีความจำเป็นในการพัฒนาการศึกษา
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)